วิเคราะห์เกม Castlevania : Dawn Of Sorrow
posted on 06 Jul 2008 15:43 by sepha-sephiroth in KONAMI
อาวละ....ได้เวลามาต่อกันสักที อันนี้น่าจะเป็นภาครองสุดท้ายที่ผมทำของ Casltevania ในเครื่อง NDS นะ (ในขณะนี้) ตามจริงยังมีอีกภาคหนึ่งที่ยังไม่ได้เอามาลงเนื่องจากว่า ภาค Gellary (NDS) ที่ผมมี file อยู่ยังออกเป็นภาคญี่ปุ่นเลยไม่สามารถเอามาวิเคราะห์ได้ (เพราะแปลไม่ได้ง่ะ
) เลยต้องขอหยุดก่อน เพื่อข้ามไปทำ final fantasy ต่อ ถ้าได้ file ตัวภาษาอังกฤษมาก็คงจะได้มาลง Entry อีก ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีฟ่า
ภาคต่อของ Aria Of Sorrow ที่ทำลงในเครื่อง GB Advance เป็นการทำที่เพิ่มระบบเฉพาะของ NDS คือใช้ปากกามาเป็นส่วนหนึ่งในการผ่านดันเจี้ยนหรือเปิดประตูห้อง Boss และสองหน้าจอที่แสดงถึงฉากที่กำลังเล่นหรือแผนที่ที่ปรากฎอยู่หน้าจอบน(เปลี่ยนเป็นค่า Status ของตัวละครก็ได้) สำหรับใน Entry นี้ผมได้ตัดออกบางส่วนออกไปอย่างภาพระบบการเล่น,Ability และการผสมของ เพราะว่าระบบการเล่นของภาพนี้ทำให้อธิบายอะไรเยอะแยะ แม้กระทั่งความลับที่อยู่ในเกมของการเก็บ Soul อีก 3 ตัวสุดท้าย ดังนั้น ผมจะเอามาให้ดูคราว ๆ เท่านั้น เพราะคิดว่าแค่นี้ก็ทำให้ทุกท่านโหลดโหดแล้วล่ะครับ ขออภัย
ถ้าอยากถามรายละเอียดนอกจากที่ให้ดูแล้ว comment มาได้นะครับ
เนื้อเรื่องย่อ
หลังจากที่พวก Soma สู้กับ Chaos แล้วได้พลังของเคาน์ Dracula มาครอบครองเป็นเวลา 1 ปี สงครามที่พวก Soma คิดว่าจะจบลงนั้น ได้มีกลุ่มลัทธิมนต์ดำกลุ่มหนึ่งได้ตามล่าหา Soma หวังจะเอาพลังของ Chaos มาครอบครอง เพื่อนำไปสร้างราชาปีศาจคนใหม่ขึ้นมาก ทำให้ Soma และพวกพ้องนั้นต้องกลับไปที่ปราสาทเคาน์ Dracula อีกครั้ง หยุดแผนการกลุ่มลัทธินี้ให้ได้ ซึ่งนำโดย Celia Fortner และลูกน้องของเธออีก 2 คน
Screenshot :










Map :
Secret : การหาแผนที่ให้ครบ 100% และ Soul 3 ตัวที่ต้องใช้ความสามารถอย่างอื่นเข้าช่วยจึงจะได้มา (มันไม่ได้เดินมาให้เราฟันอ่ะครับ) ต้องซื้อข่าวจาก Hammer ด้วยไม่งั้นบางตัวจะไม่ยอมออกมาให้เราเห็น








-
Yeti : ไปตรงบริเวณที่มีหิมะครอบคลุมอยู่ แล้วใช้ Soul : Waiter Skeleton ทิ้งข้าวแกงกะหรี่ออกไปข้างหน้าที่มันเดิน แล้วมันจะกระโดดมาหาเรา ให้มันกระโดดเข้ามาใกล้ก่อนที่มันจะกินข้าวแกงกะหรี่ (เพราะแกงกระหรี่จะทำร้ายศัตรูได้) หยุดเวลามันไว้ จัดการมันซะ
-
Mothman : ให้ไปบริเวณแถวเหนือปราสาท (ที่มี Royal Guard อยู่ 2 ตัว) กลางห้องจะมีเครื่องปั่นไฟอยู่ ให้ใช้ความสามารถในการปล่อยกระแสไฟ ให้ใช้ Soul ของนกสีฟ้าที่มันปล่อยกระแสไฟ ให้ตรงกับเครื่องปั่นไฟ กระหัง เอ๊ย! Mothman จะบินเข้ามาหาเรา พร้อมโปรยพิษ (แต่เราก็จัดการมันเสร็จก่อน
)
-
Flying Humanoid : ไปใกล้ ๆ หอนาฬิกาก่อนจะเจอ Boss มือมีด จะเจอสิ่งผิดปรกติบินอยู่บนท้องฟ้าไป ๆ มา ๆ ให้ใช้ Mandragora แล้วคนที่บินนั้นจะทนเสียงหนวกหูไม่ไหว กลายมาเป็น Soul เรา (ได้ง่ายมาเลย)
-
ส่วนภาพล่างสุด ด้านบน : จะเป็นการใช้ Soul ที่ขึ้นอยู่ในเสาสีแดง ด้านล่าง : จะเป็นการใช้ Soul ให้พาเราไปเหนือน้ำได้ ก่อนหน้านั้นผมได้พยายามทุกวิถีทางไม่สามารถใช้ Soul อื่นทดแทนได้นอกจาก Soul นี้อย่างเดียวเท่านั้น
Bad Ending : ถ้าเราไม่ใส่เครื่องรางของ Mina (ดูรูปสุดท้ายครับ) Soma จะกลายเป็น Dark Lord เป็นท่านเคาน์ Dracula นั้นเอง ซึ่งเกิดจากตัวของกลุ่มลัทธิ Celia ได้สร้างภาพของ Mina เป็นตัวประกันเพื่อแลกเปลี่ยนกับ Chaos ซึ่ง Soma ไม่สามารถส่งให้ได้ Celia จึงฆ่า Mina ซะ Soma เองก็คิดว่านั้นคือ Mina ตัวจริง ด้วยแรงโกรธจึงทำให้เขากลายเป็น Dark Lord ที่แท้จริงไปไม่ฟังแม้กระทั่งคำสั่งของ Celia และฆ่าผู้คนที่อยู่ในนั้นหมด ยกเว้นพวกพ้องของ Soma ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กับทางออกของปราสาท ด้วยเหตุการณ์นี้ ทำให้ Julius นักล่า Dracula ออกกำจัด Soma ที่กลายเป็น Dark Lord ด้วยมือตัวเอง พร้อม Yoko (เราสามารถเล่นเป็นสองคนนี้ได้ ถ้าจบแบบ Bad แต่เวลาต่อสู้ถ้าคนใดคนหนึ่งเสียพลังอีกคนหนึ่งก็เสียพลังเท่ากันด้วย)





Good Ending : เมื่อเราใส่เครื่องรางของ Mina ก่อนเข้าไปในฉากนี้ Arikado จะเข้ามาบอกกับ Soma ว่านั่นคือ Mina ตัวปลอม และ Dmitrii ได้เกิดขึ้นมาในร่างของ Mina ตัวปลอมซึ่งเป็นภาชนะว่างเปล่าจึงนำ Soul ที่ Soma ได้เก็บมาไว้กับตัวหลังจากที่ต่อสู้กับ Dmitrii แล้วกลายเป็น Soul สีดำเข้าสู่ร่างภายเขา ตอนหลัง Soma ได้ต่อสู้กับ Dmitrii อีกครั้ง โดยก่อนหน้านั้น Dmitrii ส่ง Celia เป็นเครื่องสังเวยเพื่อที่จะทำให้เขาเป็น Dark Lord โดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมมันได้ เมื่อกำจัดเขาได้ทุกคนก็ได้รอ Soma อยู่ที่นอกปราสาทแล้ว



Another Player :

Boss :











![]()




